ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
dot
dot
Fishing Rod,Blank
dot
bulletFC:Delta Torque
bulletFC:Mariner
bulletFC: S W A T
bulletFC: Ozone 2012
bulletFC:Forester
bulletFC : H2O model 2010/2
bulletCT:Topshort
bulletCT:Andaman Special
bulletCT:Similan Special
dot
Sport Fishing & Trip
dot
bulletFushing in Myanmar
bulletตกปลาพม่ากับเรือโพลาริส
bulletสิมิลัน หรรษา
bulletMicro trolling แสมสาร
bulletปลามองเห็นสีหรือไม่ ?
bulletเสน่ห์ ..สิมิลัน
bulletสิมิลัน..รำลึกสึนามิ
bulletหมู่เกาะสุรินทร์ เพลินๆ
bulletพาไปเที่ยวเขาแหลม
bulletเทคนิคตกปลาสิมิลัน
bulletSimilan Episode III
bulletSimilan Episode II
bulletSimilan Episode I
bulletอันดามัน ภาค 2
bulletการตกปลาแบบ Jigging
bulletGT-KNOT
dot
คลิปตกปลา
dot
bulletBlack grouper slow jig part one
bulletBlack grouper slow jig part two
bulletBlack grouper slow jig part three
bulletFC Nitro II
bulletFC Hardcore clip03
bulletFC Hardcore clip02
bulletFC Hardcore clip01
bulletForester-test
bulletMicrojig-Cha amp
bullet274lb yellowfin tuna
bulletOzone Maxico2012
bulletด๊อกทูธ 35kg.อินเดีย
bulletFinnor Marquesas 12 Test01
bulletGraphite Titanium blank test
bulletFC : Morgan Bayjigging
bulletกุเรา Bayjigging
bulletLight Jigging Similan 2011
bulletMaxico 2011
bulletRonan13 Show :light jig in Similan
bulletFC Ozone in Bungsamran
bulletCT Craftman's:Andaman Spec.
bulletCT-Craftman' Similan Spec.Test
bulletFC- H2O:บึงสำราญ
bulletFC Monster in Similan
bulletสละแหลมผักเบี้ย
dot
Photo Gallery (รวมรูปคันบิวท์)
dot


90
คันบิวท์จากแบล็งค์ CT Craftman HardCore
คันบิวท์จากแบล็งค์ CT Craftman
คันบิวท์จากแบล็งค์ CT Craftman
คันบิวท์จากแบล็งค์ CT Craftman
ตัวอย่างคันบิวท์ Chojin&Kokai
คันบิวท์แบล็งค์ St.croix


สิมิลัน..รำลึกสึนามิ article

                           

  สิมิลัน..รำลึกสึนามิ (Similan ..Tsunami Remembrance)
   "  เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้น ตัวแผ่นดินไหวเองคือการเคลื่อนตัวระหว่างแผ่นเปลือกโลก 2 แผ่น แผ่นหนึ่งมุดไปใต้อีกแผ่นหนึ่ง แล้วรอยแยกระหว่างแผ่นเปลือกโลกก็เคลื่อนไหว มันก็จะทำให้พื้นมหาสมุทรเคลื่อนตัว ดังนั้นก้นมหาสมุทรจึงเคลื่อนที่ ส่วนหนึ่งเคลื่อนขึ้นอีกส่วนมุดลง และการเคลื่อนตัวของก้นทะเลนี่เองที่ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์เหล่านั้น " ผมนั่งดูรายการจากช่อง National Geographic เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2548 ที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสวันรำลึกสึนามิ (Tsunami Remembrance) จนผมพอเข้าใจถึงสาเหตุของเหตุการณ์วันนี้ของปีที่ผ่านมาได้ 
       เรือโชคธาริณี 1เป็นที่น่าสังเกตุว่าตั้งแต่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ เข้าถล่มชายฝั่งทะเลทางภาคใต้ของไทย เมื่อปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดผลพวงทางสภาพภูมิอากาศในหลายพื้นที่แปรปรวน ผิดแผกไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการเกิดภัยพิบัติจากอุทกภัยซ้ำซากหลายระลอก อย่างไม่เคยเห็นมาก่อน รวมทั้งยังเกิดแผ่นดินแยกตัวอย่างต่อเนื่อง
     ธรรมชาติต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปมาก เมื่อเทียบกับแต่เก่าก่อน โดยเฉพาะเรื่องของทิศทางลมมรสุมที่พัดผ่านพื้นที่การทรุดตัวของพื้นดิน และภูเขาถล่ม บ้านเรือนริมชายฝั่งถูกน้ำทะเลกัดเซาะ จนต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฝนตกหนักและบ้านเรือนถูกน้ำกัดเซาะ น่าจะมาจากการที่น้ำแข็งแถบขั้วโลกเหนือละลาย เนื่องจากสภาวะโลกร้อน จนส่งผลให้ปริมาณน้ำในทะเลมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งความผิดเพี้ยนดังกล่าวนั้นส่งผลโดยตรงกับการดำเนินชีวิตของชาวบ้านในปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่หากเป็นเมื่ออดีตที่ผ่านมา ป่านนี้พายุฝนฟ้าคะนองคงจะหมดหรือไม่ก็เบาบางไปแล้วสำหรับพื้นทะเลฝั่งอันดามัน เพียงแต่วันนี้ไม่ใช่..

        

 วิโรจน์ หรือ Victor Posten เพื่อนชาวอมริกันโทรมาผมในตอนสายๆของวันที่ 4 ธันวาคม ว่าจะมาถึงเมืองไทยในวันที่ 7 และจะกลับอีกครั้งวันที่ 25 เดือนเดียวกัน วิโรจน์ไม่ได้บอกล่วงว่าจะมา ผมก็เลยไม่ได้กำหนดแผนที่จะพาไปตกปลา เหมือนอย่างปีที่ผ่านมา วิโรจน์เล่าให้ฟังว่า กิจการร้านอาหาร Sabai Thai  ที่ Port Angelis ของเขาไปได้ดีเกินคาด จนทำให้เขาได้ซื้อบ้านเป็นของตัวเอง ปีนี้ที่มาเพราะต้องการจะมาซื้อเครื่องตกแต่งบ้าน จากผลิตภัณฑ์ไม้แกะสลัก หมู่บ้านถวาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งบ้านถวาย เป็นแหล่งศิลปะหัตถกรรมชั้นยอด ที่สร้างผลงานไม้แกะมากมาย ส่งออกขายทั้งไทยและต่างประเทศ ประกอบกับตอนนี้ที่โน่นอากาศหนาวจัด ก็เลยถือโอกาสกลับมาเสียตอนนี้เลย แม้กระนั้นก็ตามวิโรจน์บอกกับผมว่าพอจะมีเวลาตกปลาได้เพียง 3 วัน ให้ผมกำหนดให้ด้วย
           

ในระยะกระชั้นชิด ผมติดต่อจองเรือทางฝั่งอันดามัน ทั้งไต๋ลือ ไต๋แป๊ะ ไต๋สำเริง ไต๋สายันต์ ไม่มีใครว่างในช่วงนี้ต่อมา เฮียเฒ่า แห่งร้านฟิชชิ่งโกบอกกับผมว่า บริษัท วีว่า ฟิชชิ่ง จำกัด  มีกำหนดจะพาลูกค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศ ไปตกปลาที่สิมิลันอยู่แล้ว ในวันที่ 9-11 ธันวาคม  โดยจองเรือไว้ 2 ลำ เฮียเองก็ไปด้วย และแน่นอนเหลือที่เอาไว้ 2 คน พอที่ผมกับวิโรจน์จะไปได้
      บ่ายๆของวันที่ 8 ธันวามคม  วิโรจน์มาหาผมพร้อมกับหอบหิ้วเอา เหยื่อ Butterfly Jigs มาเต็มกระบุง วิโรจน์บอกว่าตอนนี้ที่อเมริกา กำลังคลั่งการตกปลาแบบ Jigging  ทั้งนี้รอก Jigging ชั้นดีอย่าง Shimano Torsa และเหยื่อ Shimano Butterfly Jigs ไม่ใช่จะหาซื้อกันได้ง่ายๆ แทบทุกร้านต้องสั่งจองกันยาวเหยีด กว่าจะได้ผมถามถึงความพิเศษของเหยื่อชนิดนี้ ว่าแตกต่างจากเหยื่อ Jigs ที่เราเคยใช้กันอย่างไร วิโรจน์ เอา DVD ที่แสดงเทคนิคการใช้เหยื่อ ผมถึงบางอ้อ การ Jigging ตามแบบฝรั่งที่โสกขึ้นลงพร้อมทั้งเก็บสายเข้ารอกในจังหวะต่างๆกันแบบเนิบๆ ไม่กระชากรุนแรงเหมือนที่เราคุ้นเคยกัน แถมปลาที่ตกได้ก็เป็นปลาพื้นๆ อย่างอินทรี เก๋า กะพงแดง อีโต้มอญทำให้ผมเริ่มมองเห็นแนวทางที่จะนำไปใช้งานในครั้งนี้ด้วย
         เช้าของวันที่ 9 พวกเราเดินทางมาถึงท่าเรือทับละมุ ผม วิโรจน์ พร้อมกับฝรั่ง Belarus 1 คน Lithuania 2 คนพร้อมทั้งชาวจีน 4-5 คนลงเรือ " โชคธารณี 1" ซึ่งเปลี่ยนจากไต๋เอ๋มาเป็นไต๋สายัณต์ ส่วนคนที่เหลือ อันมีเฮียเฒ่า ฟิชชิ่งโก เฮียเจนศักด์ Superjack ,พี่อ้วน Water World ,Mr เฉิน บอสใหญ่วีว่า พร้อมลูกค้าชาวจีน 3- 4 คนลงเรือไต๋ชวน ไต๋เฉพาะกิจที่ไต๋ลือช่วยหามาให้ , ที่ท่าเรือผมยังเจอกับ น้าวัฒน์ ซึ่งสั่งคัน  G-Tech PE 3-6 ,300 gm.มาใช้เป็นคันแรกของเมืองไทยพร้อมๆกับวิโรจน์ที่เป็นคันที่สอง
 
      เรือโชคธารณีเคลื่อนตัวพ้นปากคลอง ผม วิโรจน์ เจตน์ผู้ช่วยไต๋เรือ และเอ๋จุมโพ่ ช่วยกันประกอบชุดตกปลา ผมประหลาดใจไม่น้อยเมื่อชาวต่างชาติที่มาด้วยกัน ส่วนใหญ่เอาแต่ชุดสปินนิ่งเล็กๆ เหมือนที่เราใช้ตกปลาแบบสปิ๋วกัน คงมีเพียงรอก Abu Garcia 7000 Pro rocket ตัวเดียวที่เป็นเบทคาสติ้ง และที่แปลกไปกว่านั้น นอกจากรอกและคันแล้วพวกเขาเหล่านั้นไม่มีอุปกรณ์อื่นๆ เลย ไม่ว่าจะเป็น ตัวเบ็ด ลูกหมุน ตะกั่ว และชุดปลายสายอื่นๆ "แล้วจะตกกันอย่างไรละเนี่ย" ผมบ่นกับเจตน์ พร้อมทั้งหยิบกล่องอุปกรณ์ของตัวเองมาวางไว้บนโต๊ะกลาง " ตามสบายครับ หมดเมื่อไหร่ค่อยเลิกตก" ผมบอกวิโรจน์ให้ช่วยพูดเป็นภาษาอังกฤษให้พวกเขาเข้าใจ เป็นอันว่า ทริปนี้เรามีอุปกรณ์ใช้กันอย่างจำกัดจำเขี่ยจริงๆ ด้วยความที่ผมไม่รู้มาก่อนว่าพวกเขาไม่ได้เตรียมมาด้วย ส่วนผมนั้นก็กะเอามาใช้เฉพาะ 2 คนแค่นั้นเอง ....เสียงรอก Tigra 30 ร้องดังลั่นที่ท้ายเรือ ตามด้วยเสียงนกหวีด บอกให้ไต๋หยุดเรือ วิโรจน์ถอนคันออกจากกระบอกปักคันแล้ววัดสวน พร้อมทั้งส่งคันให้ Mr Rytis Mazgells ชาว Lithuania ที่เพิ่งลงทะเลเป็นครั้งแรกในชีวิต ฝรั่งยุโรปรายนี้พอจะมีพื้นฐานการตกปลาน้ำจืดมาบ้าง  ใช้เวลาไม่นานนัก สากดำขนาด 5 กก.ก็ถูกเกี่ยวขึ้นมาบนเรือเพื่อนๆที่มาด้วยเข้ามาแสดงความยินดีกันทั่วหน้า " แม้จะไม่ใหญ่นัก แต่เป็นปลาทะเลตัวแรกของผม" เขาพูดเป็นภาษารัสเซีย ผ่านล่ามประจำตัวด้วยความภาคภูมิใจ 
        ไต๋สายัณต์ พาเรือมาถึงตำแหน่งปะการังเทียม โดยใช้โบกี้รถไฟวางเป็นจุดๆ และมีทุ่นแสดงตำแหน่งด้วย ซาบีกิ หรือเบ็ดโสกที่ผมนำมา 15 ชุดหมดในเวลาไม่ถึงชั่วโมง แลกกับเซ็กล่า ราว 20 ตัว เนื่องจากชาวต่างชาติใช้คันอ่อนๆ ทำให้ตะกั่วติดหินบ้าง ติดซากโบกี้รถไฟบ้าง ผมบอกไต๋ให้ออกเดินทางไปยังหมู่เกาะสิมิลันตามเรือไต๋ชวน ซึ่งล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
       ระหว่างเดินทาง ปลาโอแถบเข้าชาร์ทเหยื่อเจ็ตแบบครอบครัวเป็นระยะๆ เอ๋ จุมโพ่ประจำเรือแปรสภาพเป็นปลาดิบจิ้มวาซาบิ แกล้มกับแครอท และหัวใช้ท้าวหั่นฝอยตามด้วยคื่นใช่ สีเขียวสด ตบท้ายด้วยยอดสุราจากจีนแผ่นดินใหญ่ "เหมาไถ"56 ดีกรี แต่ละหยดที่ผ่านลำคอลงไปช่างร้อนผ่าว ปานภูเขาไฟระเบิดมิปาน คนจีนผลัดกันรินคนละจอกสองจอก พวกฝรั่งยุโรปนั่งอ้าปากค้างเอามือแกว่งไปแกว่งมาด้วยความฉุนของวาซาบิ ซึ่งพวกเขาไม่เคยลิ้มลองมาก่อน ครั้นพอเริ่มคุ้นเคยปลาตัวแรกก็หมด วิโรจน์ซึง่เป็นกุ๊กมือหนึ่งของร้าน Sabai Thai จึงอาสาเข้ามาสาธิตวิธีการชำแหละปลาให้พวกเราดูเป็นขวัญตา แต่ละชิ้นบางเฉียบราวๆกระดาษถูกจัดวางเรียงอย่างมีระเบียบภายในจานที่รองด้วยผักสลัดสีสวย วิโรจน์บอกว่าการขายอาหารที่โน่นนอกจากฝีมือในการปรุง ความสดใหม่ของวัตถุดิบแล้ว ศิลปะในการจัดวางก็เป็นเรื่องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
       เรือเดินทางมาถึงบริเวณหมู่เกาะสิมิลันใกล้ๆค่ำ ลมแรง คลื่นมีเป็นระลอกๆ เรือเราจอดใกล้ๆหินแพ ไต๋แป๊ะ และไต๋ชวนอยู่บริเวณกอง 22 ที่หมายนี้คนเรือทั้งหมดรวมทั้งผมต้องเข้ามาช่วยเตรียมอุปกรณ์ตกปลาหน้าดินให้กับชาวต่างชาติที่หมายนี้ปลาสากขนาดเล็ก สลับกับกะมงแก้มบาง ตะมะ ฉักฮื้อ เข้าฉวยเหยื่อตลอด หลุดบ้าง ขาดบ้าง ได้ตัวบ้างเฮฮากันตลอด ผมเองยังไม่ได้ลงเหยื่อเพราะต้องอยู่ช่วยชาวต่างชาติเหล่านั้น  วิโรจน์หลบไปใช้ Butterfly Jigs ที่ท้ายเรือ
น่าแปลกเหมือนกัน เหยื่อ 60-80 กรัม กับน้ำลึกร่วม 70 เมตรถึงพื้นแบบสบายๆ ต่างจากที่เคยใช้ยี่ห้ออื่น วิโรจน์ดึงเอาฉักฮื้อ และกะมงแก้มบาง สลับกับปลาสากขึ้นมาตลอด  ผมแนะให้วิโรจน์ย้ายมาอยู่ด้านข้างเรือ พร้อมทั้งให้ดู Sounder ประกอบไปด้วย เมื่อยามที่เชื้อปลาเข้ามาที่จอจึงค่อย Jigging จะได้ไม่เปลืองแรงงานโดยใช่เหตุ ซึ่งผมหมายถึงการ Jigging ในแนวดิ่ง ( Vertical Jigging) แต่วิโรจน์แย้งผมว่าหากเป็นเหยื่อน้ำหนักเบาทรงสั้นๆหรือ Regular
นั้นสามารถตกได้ทั้งแบบแนวดิ่ง หรือ จะเลือกส่งเหยื่อ (Cast)ให้เลยกองหินหรือเป้าหมาย จากนั้นจึงค่อยๆกระตุกให้ผ่านเป้าหมาย ปลาจะฉวยเหยื่อบริเวณนี้ และเรือของเราก็ไม่ได้จอดคร่อมกองหิน ดังนั้นการตกปลาจะต้องรู้ตำแหน่งของกองหินหรือเป้าหมาย แล้วค่อยกำหนดตำแหน่งทำงานในภายหลัง


         ดึกมากแล้วอุปกรณ์ที่เตรียมมาเริ่มร่อยหรอ พวกคนจีนต่างพร้อมใจกันเมา ทั้งเมาเหล้าและเรือ บางคนคายของเก่าลงสู่ทะเล แล้วค่อยๆทยอยขึ้นไปนอน จนเหลือแต่ฝรั่งยุโรป 2 คน แต่ไม่นานนัก ราวๆตีสอง พวกเขาซึ่งอ่อนเพลียจากการเดินทางก็ต้องยอมเหมือนกัน ก่อนเข้านอนเขาบอกว่าสนุกดี มีโอกาสมาอีกครั้งจะเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมกว่านี้


       ทั้งเรือเหลือแต่ผมกับวิโรจน์นอกนั้นหลับหมด  ผมนั้นเพิ่งเริ่มต้นลงสายหน้าดิน ผมเลือกใช้รอก Shimano Tridad 14ที่ใส่สาย Momoi Diamond  20 lb.ประกบเข้ากับคัน Calstar GFGR 600 XL ผมใช้สายหน้า Fluorocarbon30 lb .ของ YGK ยาว 3 เมตร ปลายสายผูกด้วยเบ็ด Owner Aki Hook Cutting Point salt water Specialขนาด 3/O เกี่ยวปลาหมึกแล่เป็นริ้ว ให้ดูพลิ้วเมื่ออยู่ในน้ำ และแน่นอนผมยังเลือกใช้ Running Shinker (ท่อทองเหลือง สำหรับร้อยสายและผูกตะกั่ว) หมายนี้ผมได้ปลากะพงเขียว หรือตามท้องถิ่นเรียกว่า ไอ้ล่อน เข้าใจว่าหัวและเกล็ด คล้ายๆกับงู เหมือนปลาช่อนน้ำจืด 4-5 ตัว ตัวใหญ่สุดราวๆ 2.5 กก. นอกจากนั้นเป็นฝูงเรนโบว์รันเนอร์ สลับกะมงแก้มบาง 2 ชั่วโมงเศษๆผมดึงขึ้นมา 2 ตะกร้าใหญ่ ส่วนวิโรจน์เลือกที่ Jigging ด้วยคัน G-Tech 300 gm.ประกบรอก Shimano Stella 10000 FAซึ่งภายในบรรจุด้วยสาย Varivas Avani PE6 เช่นกันเขาเลือกใช้ Butterfly Jig เป็นเหยื่อส่วนตัวเบ็ดนั้นเขาเลือก Gamakatsu Assist 510 เงี่ยงหลัง (Out Barb) ผมเห็นวิโรจน์ตกแบบง่ายๆ โสกขึ้น แล้วกรอสาย แต่ก็ได้ตัวตลอด ทั้งสากเหลือง เรนโบว์ กะมง ผมเริ่มมองเห็นหนทางที่จะนำเหยื่อเหล่านี้มาลองใช้ทางฝั่งอ่าวไทย
            เช้าวันที่ 2 ของทริป ผมเห็นชาวต่างชาติปรึกษากับวิโรจน์ที่หัวเรือ ผมเดินเข้าสมทบได้ความว่าพวกเขาทั้งหมดต้องการขึ้นเกาะพื่อเล่นน้ำ และขอพักนอนค้างคืนบนเกาะ แม้ว่าอุปกรณ์ที่ผมเตรียมมาใกล้จะหมดจริงๆ แต่ใจหนึ่งผมก็ยังอยากให้เขาได้ตกปลาเล่นบนเรือแต่เมื่อเป็นความต้องการก็ต้องตามใจ  ไต๋สายัณต์ ถือท้ายเรือเข้าเกาะสี่ ที่ทำการของอุทยาน ใช้วิทยุเรียกเจ้าหน้าที่ให้เอาเรือ เล็กมารับชาวต่างชาติทั้งหมดขึ้นเกาะ
            ดังนั้นเรือโชคธาริณี 1 ทั้งลำคงเหลือที่เป็นลูกค้า 2 คนคือผม กับวิโรจน์ ที่เหลือเป็นคนเรือ 3 คน ที่ผมคุ้นเคยกันอย่างดี สายัณต์ชวนผมไปเตร่ๆแถวไหล่ทวีป เพื่อหาปลาใหญ่ วิโรจน์ไม่เห็นด้วยอยากให้ตกเล่นบริเวณหมู่เกาะเผื่อชาวต่างชาติที่ค้างบนเกาะเปลี่ยนใจมาลงเรืออีกครั้ง ไต๋สายัณต์พาเรือมาจอดบริเวณกองหินระหว่างเกาะสอง กับเกาะสี่ ผมปล่อยสายลอยอินทรีทิ้งไว้ที่ท้ายเรือ 2 สาย วิโรจน์ กับคนเรือทั้ง 3 เจตน์ และเอ๋ พร้อมไต๋เรือช่วยกันตกปลาหน้าดิน ซึ่งแต่ละคนได้แสดงความสามารถเต็มที่ ที่หมายนี้พวกเราได้ปลาหน้าดิน หลายชนิด ทั้งเก๋าส้ม กะมงเกลื้อน กะมงแก้มบาง และที่เป็นไฮไลท์ ได้แก่ปลาสลิดหินหมายนี้เราตกได้ร่วม 30 ตัวกินเหยื่อระดับน้ำลึก 70 เมตร   แต่ละตัวไม่ต่ำกว่า1 กก.ตัวที่ใหญ่สุด 2.5 กก.ปลาไซท์นี้หาได้ไม่ง่ายนัก ผมเฝ้าสายลอยที่ท้ายเรือ ไร้เงาของอินทรี ลมพัดเย็นสบาย ท้องฟ้าครึ้มมาตลอดวัน สุดท้ายหลังอาหารมื้อเที่ยงผมก็ขอตัวมุดเข้าเก๋ง คงปล่อยให้ วิโรจน์และคนเรือช่วยกันตกปลาต่อไป
           ตื่นมาอีกครั้งท้องฟ้าเปลี่ยนไปเป็นกลางคืน ไต๋สายัณต์ตัดสินใจพาเรือออกไปไหล่ทวีป ด้วยความหวังจะหาปลาเกมส์อย่างด็อกทูธ ทูน่าหรือไม่ก็ปลากินเนื้อดีอย่างแดงแซว หรือแดงเขี้ยว เพื่อให้สมกับที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงสิมิลัน วิโรจน์บอกกับผมว่า ปลากินเมื่อไหร่ ค่อยปลุก เขาขอตัวนอนเอาแรงไว้ก่อน .........ยิ่งเลยหมู่เกาะออกไป แม้คลื่นไม่จัด แต่ลมแรงขึ้นเรื่อยๆ ร่วมๆ 2 ชั่วโมงไต๋พาเรามา ถึงไหล่ทวีปหรือชายร่องที่ใกล้ที่สุด ดูจากพิกัดผ่าน GPS ผมจำได้ว่าปีก่อนไต๋ลือก็เคยพามาที่นี่ น้ำลึก 90 เมตรปีนั้นผมใช้รอกไฟฟ้า ดึงเอาแดงเขี้ยวมาได้หลายตัวอยู่  เมื่อเรือจอดเข้าที่เข้าทาง เชื้อปลาในจอหนาแน่นพอสมควร เจตน์ เอ๋ และผมช่วยกันลงสายหน้าดิน ผมถูกทักทายด้วยกะมงพร้าวขนาด 6 กก.เป็นตัวแรก จากนั้นฝูงปลาโลมาก็เข้ามาเล่นน้ำข้างๆเรือ   บนจอ Furono Sounder ไม่มีเชื้อปลา ผมนั่งมองฝูงโลมาเล่นน้ำ เข้าใจว่ากำลังต้อนปลาเล็ก เพลินดีเหมือนกัน ไต๋ใช้วิทยุถามข่าวคราวจากไต๋ลือซึ่งพาคณะนักตกปลา
กลุ่มของเฮียป้อ ฟิชฟีเวอร์ ทราบมาว่าคืนนี้ยังไม่ได้ตัวเหมือนกัน ทู่ซี้อยู่ร่วมสองชั่วโมง ผมบอกให้ไต๋ นำเรือกลับไปจอดบริเวณกองหินหัวเกาะสอง รอไว้เช้ามืดผมจะลองตี Popper ดูบ้าง
             ตีห้า เจตน์ ประกอบรอก และสายหน้าสำหรับ Popping พร้อมทั้งปลุกผม และวิโรจน์ที่ได้พักผ่อนเต็มที่ทั้งคืน เรือพาเรามาที่หินแพ วิโรจน์ตีซ้ายหมุนขวาเลือกทำเลหัวเรือ ส่วนผมตีขวาหมุนซ้ายต้องอยู่ท้ายเรือ เพียงไม้แรกที่ผมส่งเหยื่อ Pro kik Big Mouth 120 กรัม ผ่านคัน FC Monster G1, 8.2 PE 6 ที่ประกบกับรอก Ryobi Safari 5000 ออกไปราวๆ 70 เมตรขณะกรอสายให้ตึงเพื่อจะเริมสร้าง Action ให้กับเหยื่อ เสียงดัง "ตูม"ได้ยินถนัด ปลายคันงองุ้ม ผมวัดสวนไป 2 ครั้งติดๆ ไม่นานนักกะมงพร้าว 10.5 กก.ก็ถูกเชิญขึ้นมาบนเรือ และเป็นเจิม คัน G1 ที่เพิ่งลงน้ำเป็นครั้งแรกอีกด้วย 
          ด้านหน้าเรือวิโรจน์โดนชาร์ต 2-3 ครั้ง แต่ไม่ได้ตัว ผมเพิ่มสกอร์อีก 3 ตัว แต่ขนาดไปดีนัก ผมเลือกที่จะปล่อยตัวที่ไม่บาดเจ็บมากนักกลับคืนสู่ท้องทะเล  เราใช้เวลากับ Popping ชั่วโมงเศษๆ ก็เลิก ไต๋พาเรือกลับมาจอดบริเวณหัวเกาะสองอีกครั้งด้านหน้าเรือวิโรจน์ใช้ Butterfly Jigs สีเขียวเหลืองทรงยาว สะท้อนแสง ตีเข้าหาเกาะแล้วกรอสายเข้า เหมือนที่เราถนัดตี Spoon ตกปลากระสูบ หลังจากพยายามอยู่พักใหญ่ๆ ความสัมฤทธิ์ผลก็บังเกิดขึ้น ปลายคัน Jig G-Tech โค้งมนสวยงามยิ่งนัก ปลาดึงสาย PE6 ออกจากรอก วิโรจน์ตั้งคันสู้ ตัวปลายสายวิ่งสวนไปมา เดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออก จนในที่สุดเจตน์ก็ใช้ตะขอเกี่ยวขึ้นมาบนเรือ มันเป็นอินทรีน้ำหนักร่วม 15 กก.ไม่เลวเลยทีเดียว ผมเข้าไปแสดงความยินดีกับวิโรจน์ " เหยื่อนี้มันตกได้จริงๆครับ" วิโรจน์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แล้วก็เลิกตกเสียดื้อๆ "พอแล้วครับ " ในห้องขังเหยื่อผมเห็นเซ็กล่า เหลืออยู่ 2 ตัว ผมจัดการผูกสายหน้าเพื่อตกปลาอินทรี โดยใช้ สายหน้าเป็นลวดเป็นมาร์ลิน 31 ปอนด์ ผูกเข้ากับเบ็ดกามากัตสึ เบอร์ 10 ผูกต่อด้วยเบ็ด 3 ทาง VMC 3X เบอร์ 8 เข้ากับห่วงเบ็ดยาวประมาณ 2 นิ้ว ผมสาวสายออกจากรอก เจตน์เกี่ยวเหยื่อแล้วโยนลงน้ำ ยังไม่ทันจัดระเบียบสายให้ตึง ปลาเหยื่อถูกชาร์ตเต็มแรง ผมวัดไป 2 ครั้ง ตัวปริศนาพาสายวิ่งออกด้านข้างใกล้ผิวน้ำ เสียงสายเอ็นตัดกับน้ำดังเสนาะหูดีเหลือเกิน มันสู้อย่างสมศักดิ์ศรี ทั้งวิ่ง ทั้งกด ทั้งมุดซ้ายขวา ผมโอ้โลมอยู่พักใหญ่มันก็ยอมโผล่ตัวขึ้นผิวน้ำยอมแพ้  " วาฮู  มิน่ามันถึงสู้แปลกๆไม่เหมือนอินทรี" ผมรำพึงออกมาหลังเจตน์เชิญเอาวาฮูขนาด 12 กก. ตัวแรกในชิวิตผมที่ตกได้ด้วยสายลอยขึ้นเรือ " พอเหมือนกันครับ" ผมบอกกับวิโรจน์
    

เรือโชคธาริณี 1 เดินทางมารับชาวต่างชาติที่พักค้างคืนบนเกาะสี่ พวกเขาเหล่านั้นบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ายังไม่อยากจะกลับแม้ค่าอาหารและที่พัก บนเกาะจะราคาสูงไปนิด แต่ความสวยงามของปะการัง บวกกับความขาวนวลสะอาดของหาดทราย ทำให้ยากที่จะลืมสถานที่แห่งนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานบอกกับพวกเขาว่า หลังเกิดสึนามิ หาดทรายและท้องทะเลสะอาด น้ำใสกว่าเดิม ที่นี่ปะการังถูกทำลายไม่มากนักนักท่องเที่ยวเริ่มทยอยกันมามากขึ้น แม้จะไม่เหมือนอดีตที่ผ่านมาก็ตาม ..บนความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ทั้งชิวิต และทรัพย์สินเราคงได้เรียนรู้ถึงงเรื่องราวต่างๆ ทั้งระบบการแจ้งเตือนภัย การปลูกสร้างอาคาร ผ่านประสพการณ์ตรงเหล่านี้ได้ไม่มากก็น้อย
       

  ชาวต่างชาติที่มาด้วยใช้เวลาระหว่างเรือเดินทางกลับเข้าฝั่งด้วยการถ่ายรูป นัยว่าคงเอาไปอวดเพื่อนบ้าน หรือไม่ก็เก็บบันทึกไว้เป็นความทรงจำที่ดีต่อไป


ชมภาพขยายของทริปนี้ได้ที่

http://www.chinglewtackle.com/index.php?lay=show&ac=photo_view&event_id=659





Fishing Clip VDO

Black grouper slow jig part three
Black grouper slow jig part two
Black grouper slow jig part one
Forester-test
Microjig-Chaamp
Ozone Maxico2012
35kg.ด๊อกทูธ ทูน่า
274lb yellowfin tuna
marquesas women
Graphite Titanium blank test
Morgan Bayjigging show
กุเรา แหลมผักเบี้ย(Bayjigging)
Ronan13 Show :light jig in Similan
Light Jigging In Similan
India 2011
Maxico2011
Ozone in Bungsumran
CT Craftman :Andaman Special
ct craftman's Similan Special
Neon-Giant snake head
giant-catchfish
VDO Clip
FC Monster Demo
FC.in Similan
FC.NEON in IT Lake Monster
FC. with Queenfish
FC in India Trip



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ร้านชิงหลิว มีนบุรี เลขที่ 159/8 ถนนเสรีไทย 72 แขวงมีนบุรี เขตมีนบรี กรุงเทพฯ โทร 0-25180366,087-7125550
โทรสาร 0-2918-8332 Email : chinglew@gmail.com