ReadyPlanet.com
dot dot
dot
Member Login
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
dot
dot
Fishing Rod,Blank
dot
bulletFC:Delta Torque
bulletFC:Mariner
bulletFC: S W A T
bulletFC: Ozone 2012
bulletFC:Forester
bulletFC : H2O model 2010/2
bulletCT:Topshort
bulletCT:Andaman Special
bulletCT:Similan Special
dot
Sport Fishing & Trip
dot
bulletFushing in Myanmar
bulletตกปลาพม่ากับเรือโพลาริส
bulletสิมิลัน หรรษา
bulletMicro trolling แสมสาร
bulletปลามองเห็นสีหรือไม่ ?
bulletเสน่ห์ ..สิมิลัน
bulletสิมิลัน..รำลึกสึนามิ
bulletหมู่เกาะสุรินทร์ เพลินๆ
bulletพาไปเที่ยวเขาแหลม
bulletเทคนิคตกปลาสิมิลัน
bulletSimilan Episode III
bulletSimilan Episode II
bulletSimilan Episode I
bulletอันดามัน ภาค 2
bulletการตกปลาแบบ Jigging
bulletGT-KNOT
dot
คลิปตกปลา
dot
bulletBlack grouper slow jig part one
bulletBlack grouper slow jig part two
bulletBlack grouper slow jig part three
bulletFC Nitro II
bulletFC Hardcore clip03
bulletFC Hardcore clip02
bulletFC Hardcore clip01
bulletForester-test
bulletMicrojig-Cha amp
bullet274lb yellowfin tuna
bulletOzone Maxico2012
bulletด๊อกทูธ 35kg.อินเดีย
bulletFinnor Marquesas 12 Test01
bulletGraphite Titanium blank test
bulletFC : Morgan Bayjigging
bulletกุเรา Bayjigging
bulletLight Jigging Similan 2011
bulletMaxico 2011
bulletRonan13 Show :light jig in Similan
bulletFC Ozone in Bungsamran
bulletCT Craftman's:Andaman Spec.
bulletCT-Craftman' Similan Spec.Test
bulletFC- H2O:บึงสำราญ
bulletFC Monster in Similan
bulletสละแหลมผักเบี้ย
dot
Photo Gallery (รวมรูปคันบิวท์)
dot


90
คันบิวท์จากแบล็งค์ CT Craftman HardCore
คันบิวท์จากแบล็งค์ CT Craftman
คันบิวท์จากแบล็งค์ CT Craftman
คันบิวท์จากแบล็งค์ CT Craftman
ตัวอย่างคันบิวท์ Chojin&Kokai
คันบิวท์แบล็งค์ St.croix


อันดามัน ภาค 2 article

 


ทริปนี้เป็นทริปที่ 2 ของการออกไปตกปลาฝั่งอันดามันในฤดูกาลนี้ ผมและคณะในทริปนี้ 11 คนดูจะเยอะไปหน่อย แต่ไม่แออัด สำหรับเรือ "ไต๋ลือ" ทับละมุ จังหวัดพังงา 11 คนที่ว่าประกอบด้วยชุดที่ไปกับผม 6 คนจากฝั่งมีนบุรี และคณะของคุณวีระวัฒน์ แห่งบุญประเสริฐ อิเลคตริค ย่านบางบัวทอง จำนวน 5 คน บางคนเคยร่วมก๊วนกับผมในทริปที่แล้วชาวคณะจากบางบัวทอง ถึงท่าเรือตอนเช้ามืดของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ กระวนกระวายรอคณะของผมที่กว่าจะออกจากร้านย่านมีนบุรี ได้เกือบเที่ยงคืนคณะของผมเดินทางถึงท่าเรือทับละมุ 5 โมงเช้า สายที่สุดเท่าที่เคยไปมา ไต๋ลือบ่นอุบ "น่าจะมาให้เช้ากว่านี้ นี่กว่าจะไปโสกเหยื่อเป็น
ก็ไม่ทันหัวน้ำแล้ว รู้ไหมวันนี้น้ำขึ้นตอนบ่ายโมง อินทรง อินทรีคงไม่ได้ตัวหรอก" ผมเดินเลี่ยงๆไปทักทาย "เสี่ยเจตน์" เด็กเรือซึ่งเพิ่งกลับมาจากบ้าน หลังจากไปรับมรดกของครอบครัว ได้ที่ดินพร้อมสวนร่วมสองร้อยไร่ ต่อจากนี้ ผมไม่กล้าเรียก เจตน์ วอ เจ็ด อีกต่อไป (เจตน์ วอ เจ็ด เป็นคำเรียก เวลา ผมตกปลาแล้วสายติดหิน ต้องเรียกเจตน์ มาดึงสายให้ เวลาเรียกต้องตะโกน เจตน์ วอ เจ็ด ขอความช่วยเหลือด่วน เจตน์จะรีบวิ่งมาทันที) เจตน์พร้อมด้วยป๋าฤทธิ์ พ่อครัวประจำเรือช่วยขนสัมภาระที่เตรียมมา

ลงเรือราวๆเที่ยงวันเรือเดินทางออกจากท่าทับละมุ

ไต๋ลือถือท้ายเรือ หลังจากพูดคุยสาระทุกข์สุกดิบ กันพอสมควร แกก็ถามผมว่า ทริปนี้จะเอายังไง ดี น้ำไม่ดีมาสองสามวันแล้วลากเหยื่อปลอมก็ไม่ค่อยได้ตัว กลางคืนปลาไม่ยอมฉวยเหยื่อ ปรึกษากันได้สักพักก็สรุปออกมาว่า เป้าหมายหลักของทริปนี้จะเป็นการออกไปตกปลาระดับน้ำลึก (100-250 เมตร) วันนี้ โสกเหยื่อหาปลาเป็นตุนไว้ก่อน แล้วเข้าหมายระหว่างเกาะบัว กับเกาะทะลุ (หมายนี้เป็นกองหินใหญ่โตพอสมควร) ถ้าไม่มืดเสียก่อน น่าจะได้อินทรีบ้าง กลางคืนก็จอดตกหน้าดินที่นี่ อ่นเครื่องไว้ก่อน เช้ามืดจะพาไปเข้าหมายตกปลาน้ำลึกที่ว่า ซึ่งอยู่ไกล้ๆดอนใหม่ (ดอนใหม่อยู่เลย ชายร่องหรือไหล่ทวีป) เวลาทั้งหมดเราจะตกปลาที่นั่น ไม่มีการทรอลลิ่งอย่างเป็นทางการ ไม่มีการตกปลาแบบจิ๊กกิ้ง และตกปลาแบบ ตีป๊อปเปอร์ จะเน้นหนักไปทางตกปลาน้ำลึกอย่างเดียว ผมปรึกษากับเพื่อนร่วมก๊วนทั้งหมด ทุกคนสีหน้าไม่สู้ดี เพราะอุปกรณ์ไม่พร้อมสำหรับงานน้ำลึก รอกไฟฟ้าทริปนี้มีมาแค่ 2 ตัว (Miya Epoch CX-4HP และ Daiwa Super Tanacom 600)ที่เหลือเป็นรอกธรรมดา ผมสำรวจอุปกรณ์ของแต่ละคนดูแล้ว พบว่าอุปกรณ์ที่แต่ละคนเตรียมมานั้นก็พอใช้ได้แม้ว่าจะไม่มีรอกไฟฟ้ามาทุกคนก็ตาม


ไต๋ลือเริ่มทำงานตามแผนที่วางกันไว้ เรือเดินทางร่วมสองชั่วโมงก็มาถึง ซั้ง พวกเราช่วยกันโสกเหยื่ออยู่พักใหญ่ ได้ปลาทูแขก ราวๆสองร้อยตัวเพียงพอสำหรับเหยื่อเป็น ส่วนเหยื่อตายเราเตรียมปลาหมึกมาร่วมสามสิบกิโล และปลาตายที่เตรียมมาเป็นเหยื่อล่อ(อ่อยเหยื่อ)มีเหลือเฟือ เรือมาถึงหมายแรกระหว่าง เกาะบัว กับเกาะทะลุ
เกือบห้าโมงเย็น ผมลงสายตกปลาอินทรีให้คุณวีระวัฒน์ ทันทีที่ปล่อยทุ่นลอยลงน้ำ อินทรีตัวแรกก็เข้าฉวยเหยื่อคามือ ผมวัด ซ้ำๆสองครั้งมั่นใจว่าคมเบ็ดฝังเนื้อปลาแน่ๆ จากนั้นส่งคันคืนเจ้าของ คุณวีระวัฒน์รับคัน เย่ออยู่ไม่นาน อินทรีขนาด ประมาณ 5 กก.ก็ถูกตะขอ เกี่ยวขึ้นมาบนเรือ มันเป็นอินทรีตัวแรก และไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นตัวเดียวของทั้งทริป เพราะหลังจากนั้น พอเหยื่อลงน้ำ จะโดน ปลาสากดำ กะมงตาเพชร(ฉักฮื้อ) และกระโทงร่ม (ปลาใบ)แย่งเหยื่อไปกินเสียก่อนตลอด จนกระทั่งฟ้ามืดสนิท พวกเราเก็บชุดสายลอย หันมาประกอบชุดตกปลาหน้าดินกันต่อ ด้วยระดับน้ำที่ลึกร่วม70 เมตรไม่ถือว่าเป็นเรื่องยากเย็น ปลากินเหยื่อห่างตัว เพราะน้ำไม่เดิน เราได้ปลาขึ้นมาไม่ถึง ยี่สิบตัว หนักไปทางกะมงตาเพชร ตะมะ(ปากแหนบ) สาก และโฉมงาม จนถึงสี่ทุ่ม ทุกอย่างเงียบสนิท ไต๋ลือบอกว่าเป็นอย่างนี้มาหลายวันแล้วกลางคืนปลาไม่กินเหยื่อเข้าใจว่าลมจะเปลี่ยน พอปลาไม่กินเหยื่อนานๆ ทุกคนก็มองหน้ากัน ไต๋ลือคงสังเกตุเห็น " พี่อาทิตย์ ผมว่าเราย้ายหมายดีกว่า พี่ว่าไปข้างเกาะบัวหมายที่เราเคยได้อินทรี ทริปที่แล้ว หรือจะเข้าหินกอง ข้างเกาะทะลุ ที่นั่นมีเรนโบว์ และตะมะชุมหน่อย อาจจะมีแดงแซว (แดงหางบ่วง)อยู่บ้าง " "เอาข้างเกาะทะลุ ก็แล้วกันใกล้ดี" ผมตอบ ไต๋ลือสั่งเสี่ยเจตน์ถอนสมอ นำเรือเข้าหมายกองหินข้างเกาะทะลุ ที่หมายแห่งนี้เราตกปลาขึ้นมาได้อีกสองสามตัว แล้วก็เงียบ ไต๋ลือบอกว่าน้ำพัดเรือเลยหมายไปแล้ว สั่งเสี่ยเจตน์ให้ถอนสมอ จะวางใหม่อีกครั้ง ใครจะนึกว่านี่เป็นการสิ้นสุดของการตกปลาในคืนนี้เพียงแค่นี้ เพราะหลังจากเสี่ยเจตน์ ดึงสายสมอขึ้นมาบนเรือ อวนลอยขนาดใหญ่ก็ติดมากับสมอ แล้วมาพันใบจักรเรือ ไต๋ลือ และเด็กเรือช่วยกันดำน้ำลงไปแก้ ก็ไม่สำเร็จ เร่งเรือเข้าเกียร์จนคลัชไหม้กลิ่นเหม็นหึ่ง เรือก็ไม่ขยับไปไหน ไต๋ลือบอกว่าทางเดียวที่จะแก้ได้ต้องให้นักประดาน้ำ หรือนัก
ดำน้ำมาช่วยตัดเศษอวนออกไป ซึ่งต้องรอถึงพรุ่งนี้ ผมบอกกับตัวเองว่าครั้งนี้เราลงเรือโดยไม่ได้เซ่นไหว้แม่ย่านาง ด้วยความที่ผมมาสาย ซึ่งปกติเวลาผมลงเรือแทบทุกครั้งจะเซ่นไหว้แม่ย่านางที่หัวเรือ ก่อนเสมอ เพื่อความเป็นสิริมงคล คิดไปเรื่อยเปื่อย ไต๋ลือดับเครื่องเรือปล่อยให้เรือลอยลำตามกระแสน้ำ จนกระทั่งเข้าใกล้เกาะทะลุ ที่นั่นเราพบเรือของนักดำน้ำจอดนอนอยู่สามลำ ไต๋ลือบอกพรุ่งนี้จะขอความช่วยเหลือ พวกเราพักนอนกันที่นี่ (ความจริงทำเลที่เราจอดนอน ดูจาก Sounder มีเชื้อปลาชุกชุมมาก แต่ไต๋ลือขอร้องไม่ให้ตก เพราะเกรงใจและอายชาวต่างชาติที่มาดำน้ำจะต่อว่าเอา ซึ่งพวกผมก็..เห็นๆด้วย...ความจริงมือไม้สั่น แต่เกรงใจไต๋ลือมากกว่า) จวบจนรุ่งเช้า ไต๋ลือตื่นนอนก่อนใคร สักพักเรือยางลำหนึ่งก็มาจอดเทียบเรือของเรา นักดำน้ำดำดิ่งลงไปใต้ท้องเรือ ไต๋ลือตามลงไปติดๆ พวกเขาช่วยกันตัดเศษอวนขึ้นมาร่วมชั่วโมง จนเสร็จ เศษอวนหนักกว่า 50 กิโลก็หลุดจากใบจักร ไต๋ลือขอบคุณนักปะดาน้ำ
พร้อมส่งปลาตะมะขนาดราว 5 กิโลให้ไปตัวหนึ่ง เขารับไว้พร้อมรอยยิ้ม "สำหรับ ไต๋ลือ ผมยินดีช่วยเหลือครับ" เขากล่าวประโยคสุดท้ายก่อนขับเรือยางออกไป


 

 ไต๋ลือถือท้ายเรือมุ่งหน้าสู่ดอนใหม่ ระยะทาง 34 ไมล์คงใช้เวลาร่วมห้าชั่วโมง กว่าจะถึง ผมบอกกับคณะบางบัวทองว่าจะลากเหยื่อเล่นๆเผื่อจะได้ วาฮู หรือไม่ก็หาปลาโอแถบ มากินดิบๆกันระหว่างทาง ซักพักเดียวเราก็ได้วาฮูอย่างที่ต้องการขึ้นมา ตัวหนึ่งน้ำหนัก 18 กก.ไม่ขาดไม่เกิน และก็เช่นกันมันเป็นตัวเดียวของทริปนี้ จากนั้นเราก็ได้ปลาโอแถบขึ้นมาประปราย พอได้ทำปลาดิบกินกัน เรือถึงที่หมายเลยดอนใหม่ไปนิดหน่อย ขณะนั้นเวลาปาเข้าไปร่วมสามโมงเย็น ไต๋ลือเช็คน้ำ เช็คลม ทอดสมอ ขยับเรือนิดหน่อยพอตรงกับหมายที่ปรากฏบนจอ GPS อ่าน Sounder พบว่าหมายนี้น้ำลึก 146 เมตร พอมีเชื้อปลาที่พื้น แล้วบอกให้ผมทดสอบน้ำข้างล่างว่าน้ำเดินแรงหรือไม่จะได้ แก้ไขขนาดตะกั่วได้ ผมประกอบรอก Miya Epoch CX-4 HP ที่บรรจุสาย PE10 (100 lb) เข้ากับคันเบ็ด ปักคันเบ็ดเข้าเครื่องปักคันในแนวนอนต่อสายโมโนลีดขนาด 50 ปอนด์ยาว 3 เมตรเข้ากับสายในรอก ร้อยสายโมโนลีดเข้าใน Boom Tube (ไม้แขวนผ้า)แล้วผูกลูกหมุนขนาด 1/0 พร้อมทั้งผูกตะกั่ว ขนาด 800 กรัม (ใช้ตะกั่ว2 ลูก ,500+300 มาต่อกันให้สองข้างแหลม แล้วใช้เทปพันสายไฟรัดตะกั่วทั้งสอง) ก็ได้เป็นชุดสายในรอก ชุดสายหน้าผมใช้สายโมโนลีดขนาด 50 ปอนด์เช่นกันยาว 3 เมตรเศษผูกตัวเบ็ด 4/0 สองตัวโดยผูกแบบใช้เงื่อนปรับระดับได้ ที่ตัวเบ็ดเกี่ยวเหยื่อ ปลาหมึกตายทั้งตัว ปล่อยสายจากรอกสู่พื้นข้างล่างอย่างช้าๆ หน้าจอของรอก Miya Epoch CX-4 HP บอกระยะสาย 185 เมตร หมายถึงสายในรอกนั้นทอดเป็นมุมเอียง ออกจากแนวดิ่งเป็นระยะร่วม 40 เมตรทำให้ต้องเพิ่มขนาดตะกั่วเข้าไปเป็น 1 กิโลกรัมพอดี คนอื่นๆที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ต่างก็ทำตาม เพียงแต่ได้ปรับขนาดตะกั่วให้สมดุลย์กับสายที่ใส่ในรอก อย่างของผม PE10 ใส่ตะกั่ว 1000 กรัมเมื่อถึงพื้นรอกบอกระยะ 160 เมตร (ระยะในแนวดิ่งจาก Sounder = 146 เมตร) ดังนั้นคนที่ใช้สายเล็กกว่านี้เช่น PE6 ก็สามารถลดขนาดตะกั่วลงเหลือ 800 กรัมเป็นต้น ผมกดปุ่มเก็บสายอัตโนมัติใช้เวลา 5-6 นาที หลังจากเปลี่ยนตะกั่วแล้วปล่อยสายลงไปใหม่ ตะกั่วถึงพื้น ผมกรอสายเก็บขึ้นมาสามเมตร ไม่นานผมถูกทักทายจากตัวใต้น้ำที่ดึงปลายคันเบ็ดวูบ คำนับพื้นน้ำผมวัดคันเบ็ดติดต่อกันสองครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าคมเบ็ดฝังในปาก ผมทำการเก็บสายแบบกดปุ่ม Manual มันพยายามกด ๆ ๆ เพื่อนๆที่มาด้วยกันต่างรอลุ้น บางคนไปที่ท้ายเรือทำการปล่อยสายของตัวเอง ผมเก็บสายจากระดับน้ำร่วมสองร้อยเมตร จนถึงผิวน้ำแม้จะใช้รอกไฟฟ้า ก็ใช้เวลานานมาก ปลาตัวแรกที่ตกขึ้นมาได้มีสีทอง สวยงาม รูปร่างหน้าตาคล้ายปลาทรายแดงขนาดยักษ์ ตัวนี้หนักร่วมห้ากิโลกรัม ไต๋ลือบอกว่า นี่แหละเป็นปลาที่ต้องการ แกเรียกปลาตัวนี้ว่า "ปลาสีทอง" (Ruby Snapper)จากนั้นต่างคนต่างถูกทักทายกันทั่วหน้า เรียกว่าเหยื่อลงถึงพื้น เป็นกิน แต่กว่าจะเอาตัวขึ้นมาได้แต่ละตัว ยากเย็นแสนเข็ญสำหรับรอกธรรมดา บางคนเย่อมาถึงครึ่งทาง (100 เมตร) เอาคันเบ็ดปักเข้ากระบอกปักคันเหมือนเดิม ปล่อยให้มันสู้อยู่อย่างนั้น พอหายเหนื่อยก็กลับมาถอนคันเบ็ดเย่อกันต่อ พี่ออดที่ใช้รอก Shimano Calcutta CT-3000 (ตัวขนาด CT-700 เป็นรอก Digital มีตัววัดระยะสาย มีหน่วยเป็นเมตร) ใส่สายถักขนาด 40 ปอนด์ของ Iron Trend หน้าตัด 0.30 มม. ตกได้มากกว่าคนอื่นๆ ทั้งนี้เพราะแกได้เปรียบที่สายมีขนาดเล็กทำให้ขนาดตะกั่วที่ใช้ลดลงเหลือแค่ 500 กรัมปลายสีทองล้วนๆฉวยเหยื่อเป็นระยะๆ กฤษฎิ์ และเดียร์ ได้ตัวใหญ่ที่สุดของรอบนี้ด้วยขนาด 15 กก.ไล่เลี่ยกัน นอกจากนั้นที่เหลืออยู่ระหว่าง 3-10 กก.เป็นหลัก
ท้องฟ้าเริ่มมืด ปลาหยุดกินเหยื่อ พวกเราลองนับปลาที่ตกขึ้นมาได้ 30 กว่าตัว(เฉลี่ยแล้ว 3 ชั่วโมง 11 คน ตกได้คนละ 3 ตัว) เป็นปลาสีทอง Ruby Anapper) ล้วนๆ ทู้ซี้อยู่พักใหญ่ กินอาหารเย็นเรียบร้อย ไต๋ลือบอกว่าเรือขยับออกจากหมายมาร่วมสามสิบเมตร จำเป็นต้องทอดสมอใหม่ เสี่ยเจตน์ทำหน้าที่สาวสายสมออย่างเคย สาวมาจนได้ระยะแนวดิ่ง จากนั้นดึงไม่ขึ้น สมอติดหิน ไต๋ลือขยับเรือไปมา เอาสายสมอมาพันที่หัวเรือ เดินหน้า ถอยหลัง กระชาก ปล่อย ทำซ้ำๆกันหลายครั้ง สมอก็ไม่ขึ้น ไต๋ลือปรึกษาผม "เอายังไงดี พี่อาทิตย์ ถ้าดึงต่อมีสิทธิ์ สายสมอขาด หรือไม่ก็สมอหัก สมอสำรองก็ไม่มี ถ้าเป็นอย่างนั้นคงต้องเข้าฝั่ง หรือไม่ก็ต้องเอาเรือไปผูกกับซั้ง แถวๆใกล้ๆเกาะ" ผมลังเลอยู่พักใหญ่ " จอดไว้ตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน ดึงสมอให้อยู่ในแนวดิ่งเข้าไว้ คลื่นลมสงบอย่างนี้คงไม่มีอันตรายอะไร เผื่อน้ำเปลี่ยนสมออาจจะขยับตัวก็ได้" เพื่อนๆที่ไปด้วยกัน เห็นด้วย นี่เป็นอุปสรรคครั้งที่สอง ของคืนที่สองไม่น่าเชื่อว่ามันเกิดในเวลาไล่เลี่ยกัน กับคืนแรกที่หมายนี้พวกเราพยายามลงเหยื่อ ทั้งหน้าดิน และกลางน้ำ ก็ไม่มีอะไรมาฉวยเหยื่อ ดูในจอ Sounder บอกความลึกน้ำ 120 เมตร เชื้อปลาไม่มี ไต๋ลือบอกว่าเรือขยับขึ้นมา อยู่บนดอนแล้ว (หมายที่เราตกปลากันเป็นหน้าผา ระดับน้ำต่ำสุดที่ก้นพื้น 200 กว่าเมตรแล้วไต่ระดับมาถึงประมาณ 120 เมตร)
 พวกเราหลายคน อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แอบไปพักผ่อนคงเหลือแต่ผมกับพี่ออด ที่ยังคงก้มหน้าก้มตา เอาแอลกอฮอร์ เข้าปาก พร้อมทั้งลงสายหน้าดินทิ้งเอาไว้อย่างนั้น จวบจนที่ยงคืน พี่ออดบอกกับผมว่า สงสัยเที่ยวนี้เราไม่ได้เซ่นไหว้แม่ย่านางจริงๆ ก็เลยเป็นอย่างนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมาอวนก็มาติดใบจักรเรือ ไปไหนไม่ได้ คืนนี้สมอก็ติดหิน ผมครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน อย่ากระนั้นเลยผมรีบไปที่หัวเรือ ก้มลงกราบไหว้แม่ย่านาง พร้อมทั้งอธิฐานขอให้อย่าให้มีอุปสรรคอีกเลย กลับถึงฝั่งจะให้ปัจจัยไว้กับไต๋ลือ เอาไว้กราบแก้บนต่อไป ผมกลับมาตั้งวงกับพี่ออด แกถามผมว่าแล้วได้อธิฐานขอปลาบ้างหรือเปล่า ผมไม่ตอบ แต่ตัดสินใจปลุกไต๋ลือ "พี่ลือ ลองขยับสมออีกทีไหม ขอทีเดียว ถ้าไม่เข้นก็จอดไว้ตามเดิม พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่" ไต๋ลืองัวเงียปลุก เด็กเรือทั้งป๋าฤทธิ์และเสี่ยเจตน์ ช่วยกันเอาสายสมอเข้าเครื่องกว้าน พอสมอตึงไต๋ลือเร่งเครื่องเข้าเกียร์เดินหน้าอย่างรวดเร็ว เด็กเรือรีบปล่อยสายสมอ สายเชือกไหลลงพื้นน้ำอีกครั้งหนึ่งคราวนี้มันไหลลงเรื่อยๆ ไต๋ลือหันมาพูดกับผม "หลุดแล้ว พี่อาทิตย์" ผมเสียวสันหลังวาบ "ไต๋ลือ พรุ่งนี้กลับถึงฝั่งแก้บนแม่ย่านางให้ผมด้วยก็แล้วกัน" ไต๋ลือยิ้มอย่างอารมฌ์ดี เด็กเรือช่วยกันกว้านสมอจนขึ้นมา อยู่บนเรือคืนนั้นไต๋ลือขยับเข้าหมายสองสามครั้ง ปรากฏว่าไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เชื้อปลาใน Sounder ก็ดี แต่น้ำข้างล่างไม่ยอมเดิน ตกหลายๆวิธี ทั้งสายลอย กลางน้ำ หน้าดิน เกี่ยวทั้งปลาหมึกตาย ปลาตาย และปลาเป็น อยู่อย่างไรก็อยู่อย่างนั้น จนผมถอดใจ ล้มตัวลงนอน

เช้ามืดของวันที่ 3 วันสุดท้ายของทริปนี้ ผมตื่นขึ้นมาคนเดียวราวๆตีห้า ผมคว้าคันเบ็ดที่ประกอบไว้สำหรับตกปลาอินทรี (รอก Avet SX + คันบิวท์ Shikari 15-30 ปอนด์)
เกี่ยวปลาหมึกตายเข้ากับชุดสายหน้าที่ผูกเบ็ดเข้ากับลวดเป็น 2 ตัว ปล่อยสายลงน้ำยาว 5 เมตรใช้หนังยางผูกตะกั่ว ปล่อยสายลงพื้นราวๆ 40 เมตร สากเหลืองขนาดย่อมทักทายทันทีผมนั่งตกปลาสากเล่นอยู่คนเดียวได้ขึ้นมาสี่ห้าตัว จนใกล้สว่าง ไต๋ลือปลุกเด็กเรือทั้งสอง เตรียมตัวเอาเรือเข้าหมายเดิม ผมภาวนาให้เป็นฝูงสีทองฝูงใหญ่ๆ ซักฝูงเรือเข้าหมายเดิม น้ำเริ่มเดิน ปลาสีทองถูกดึงขึ้นมาต่อเนื่อง คนละตัวสองตัว ผมนั่งเฝ้าคันที่ประกอบกับรอกไฟฟ้าพี่ออดหันมาแซวว่า ทำไมวันนี้เพิ่งได้แค่ตัวเดียว ผมเช็คสายหย่อนตะกั่วจนถึงพื้น ปลายคันถูกดึงโค้งจรดน้ำ ผมคว้าคันวัดฉับเข้าให้ สาย PE10 ไหลออกต่อเนื่อง ผมปรับเบรค(เดรก)เพิ่มขึ้น ถอนคันออกจากที่วางคัน ผมสังเกตุว่าปลาตัวนี้หนักหน่วงกว่าทุกตัว มันสู้ๆๆๆ เมื่อปลายสายถูกดึงออกไปถึงระยะ 280 เมตร ผมก็เก็บสายคืนกลับได้บ้าง จากนั้นก็เป็นการเย่อกันตลอดจนมาถึงระดับ 200 เมตรผมเสียบคัน
เข้ากับที่วางคันเหมือนเดิมด้วยความเหนื่อยล้า ลดเบรคลงเล็กน้อยกดปุ่มเก็บสายแบบอัตโนมัติ ให้คันกับรอกเย่อกับปลาเอง จวบจนถึง 100 เมตรสุดท้ายผมจึงคว้าคันมาสู้ด้วยตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อนๆที่มาด้วยกันร่วมลุ้น บ้างก็ว่าน่าจะเป็นลูกหมู บ้างก็ว่าถ้าเป็นสีทองก็คงใหญ่โตแน่ๆ ผมเองก็ลุ้นอยู่เหมือนกัน ถ้าเป็นปลาเก๋าหรือปลาสีทองไม่น่าจะสู้ทุกระยะ พวกนี้พอดึงมาถึงระยะ 100 เมตรมันก็หมดสภาพแล้ว ทุกตัวมีถุงลมขึ้นมาจุกปาก และแล้วในที่สุดผมก็ดึงมันขึ้นเรือจนได้ มันเป็นปลาอะไรก็ไม่รู้ เกิดมายังไม่เคยพบไม่เคยเห็น ลำตัวยาวกว่า 2 เมตรสีดำๆแบนๆ คล้ายปลาดาบเงินแต่มีครีบบนคล้ายๆปลาวาฮู หรือปลากระโทงเทงแต่สั้นกว่า หัวใหญ่โต มีเขี้ยวยาว 3 ซี่มองเห็นชัดส่วนหัวคล้ายๆ ปลาสาก และปลาอินทรี หรืออาจจะคล้ายๆปลาวาฮู มันเป็นปลาอะไรกันแน่ ไต๋ลือบอกว่าที่นี่เขาเรียกว่า "ปลาปีศาจ" (Snake Macarel)ผมคะเนน้ำหนักของมันยี่สิบกิโลขึ้นไปไต๋ลือบอกว่าสามสี่ปีมานี้ไม่มีใครเคยตกขึ้นมาได้ หลังจากนั้น กฤษฏิ์ เดียร์ สามารถ ก็ดึง ปลาปีศาจที่ว่าขึ้นมาคนละตัวสองตัว แต่ขนาดไม่ใหญ่นัก อยู่ราว 10-15 กิโล ปลาสีทองเริ่มกินห่างตัว ผมเหลืบมองนาฬิกาบอกเวลา เกือบห้าโมงเช้า เกมส์สำหรับทริปนี้จบแล้วไต๋ลือถอนสมอพาเรือกลับเข้าฝั่ง เช้านี้เราได้ปลาสีทองเพิ่มขึ้นเกือบ 20 ตัว ปลาปีศาจ อีก 7 ตัว
ระหว่างที่เรือเดินทางกลับเข้าฝั่ง ผมได้ประเมินผลงานของทริปนี้ สำหรับการตกปลาน้ำลึกนั้นเราได้ปลาสีทอง ร่วมห้าสิบตัว บวกกับปลาปีศาจที่ว่าอีกเจ็ดตัว รวมกับปลาสัพเพเหระ อย่าง ตะมะ ปลาสาก อินทรี วาฮู รวมทั้งปลาโอแถบที่ได้จากการลากเหยื่อเจ็ตผิวน้ำ แม้ว่าเราจะตกปลาตอนกลางคืนไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน ด้วยมีอุปสรรคทั้งสองคืน ทั้งอวนที่ติดใบจักรเรือในคืนแรก และสมอที่ติดหินในคืนที่สอง แต่ผมถือว่าทริปนี้เราสอบผ่าน และถือเป็นนิมิตรหมายอันดีด้วยซ้ำ ที่ในอนาคตจะได้มีการตกปลาน้ำลึกกันอย่างจริงจัง ทั้งนี้อย่างที่เราทุกคนทราบดีในระดับน้ำธรรมดาบ้านเรานั้นแทบไม่มีปลาให้ตกอยู่แล้ว แต่ในส่วนน้ำลึกนั้นเครื่องมือประมงยังคงไม่สามารถหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เท่ากับการทำประมงน้ำตื้น ผมเชื่อว่าถ้าอุปกรณ์ของเราเหมาะสม อย่างรอกถ้าจะให้ดีควรเป็นรอกไฟฟ้า ทั้งนี้เพราะระดับน้ำที่ลึกร่วมสองร้อยเมตรบวกกับน้ำหนักตะกั่วอย่างน้อยก็กิโลกรัมขึ้นไปนั้น การใช้อุปกรณ์ธรรมดาดูจะเป็นเรื่องลำบากเกินไป บางครั้งการเช็คเหยื่อก็แทบไม่อยากทำอยู่แล้ว หรือถ้าไม่มีรอกไฟฟ้าจริงๆอย่างน้อยก็หารอกธรรมดาที่มีตัวบอกระยะของสาย เพื่อจะได้ปล่อยสายตามระยะที่เชื้อปลาปรากฏอยู่บนจอ Sounder ได้อย่างแม่นยำ หรือไม่ก็เพื่อเรียกกำลังใจเวลาเก็บสายขณะที่มีปลาหรือไม่มีปลาก็ตาม ยังเหลืออีกกี่เมตรกว่าจะถึงผิวน้ำเป็นต้น ส่วนสายที่ใส่ในรอกนั้นควรจะเป็นสายเชือกถักเพราะสายเหล่านี้มีอัตราการยืดตัวต่ำทำให้เราจับสัณญาณไต้น้ำได้ว่าปลากำลังตอดเหยื่อ หรือกินเหยื่อได้ดีกว่าสายเอ็นทั่วๆไปที่มีอัตราการยืดตัวสูง นอกจากนั้นอุปกรณ์อื่นๆก็พื้นๆ เหมือนที่เราเคยใช้กันทั่วไป
   ก่อนกลับกรุงเทพฯ ผมไม่ลืมที่จะมอบปัจจัยนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายบนเรือ ให้กับไต๋ลือพร้อมทั้งกำชับแกไปว่า "พรุ่งนี้ก่อนออกตกปลากับแขกชุดใหม่อย่าลืม เซ่นไหว้แม่ย่านาง แก้บนให้ ผมก่อนก็แล้วกัน"ขอขอบคุณไต๋ลือ และผู้ช่วยทั้งสองอันประกอบด้วย เสี่ยเจตน์ และป๋าฤทธิ์ ที่ได้ทำหน้าที่อย่างแข็งขันตลอดเวลาของทริปนี้
     ขอขอบคุณคุณ คุณากร แห่ง บริษัท มารูเกียว ไทยแลนด์ ที่ได้มอบรอก Miya Epoch CX-4HP ให้ผมนำไปทดสอบทุกทริป ซึ่งรอกตัวนี้ไม่เคยทำให้ผมผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว

    ขอขอบคุณเพื่อนร่วมทริปที่ดี ทั้งจากฝั่งบางบัวทอง พี่วีระวัฒน์ ,คุณตุ๊ก,ลุงเปี๊ยก,คุณใบ และคุณอ้วน และเพื่อนจากฝั่งมีนบุรี พี่ออด เดียร์ กฤษฏิ์ สามารถ และโก๋ป้อม

แล้วพบกันอีกครั้งกับ "อันดามัน ภาคสาม 16-17-18 เมษายน 2547 นี้ "




Shimano




Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ร้านชิงหลิว มีนบุรี เลขที่ 159/8 ถนนเสรีไทย 72 แขวงมีนบุรี เขตมีนบรี กรุงเทพฯ โทร 0-25180366,087-7125550
โทรสาร 0-2918-8332 Email : chinglew@gmail.com